วันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2560

สี่สหายในต่างแดน [1]

สวัสดียามเช้าวันจันทร์ทุกท่าน

มาอยู่สิงคโปร์ได้ 2 อาทิตย์แล้วยังไม่ได้บันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นี่เลย
วันนี้ไม่ขอบันทึกเรื่องราวบ้านเมืองของเขา แต่จะเขียนเรื่องราวของเราและเพื่อนๆ
ที่ได้รับคำสั่งให้ไปช่วยราชการชั่วคราว ณ ต่างแดน โดยมีฉันและเพื่อนอีก 3 คน
ขอเขียนถึงเพื่อนๆแต่ละคนดีกว่าว่าเป็นใครมาจากไหนอย่างไร คือเรารู้จักเป็นอย่างดี
เพราะว่าทำงานที่กระทรวงก็เดินไปมาหาสู่กันบ่อย ว่างก็นั่งจับเข่าคุย
สนทนาเฮอากันตามประสาเพื่อนที่บรรจุมาพร้อมกัน



คนแรก นายโตโต้ หนุ่มหล่อดีกรีเกียรตินิยมอันดับ 2 วิศวกรรมเครื่องกลจากรั้วพระจอมเกล้าธนบุรี
แต่ชีวิตพลิกล็อคบังเอิญสอบเข้ากระทรวงการต่างประเทศด้วยคะแนนลำดับที่ 2
โตโต้เป็นหนุ่มขี้อาย ใจซื่อ มีลักยิ้มเป็นเสน่ห์ เป็นคนที่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง
แต่พอลงมือทำอะไรแล้วโตโต้จะเป็นคนที่จะงานนั้นได้ดีเยี่ยมทั้งๆที่ไม่เคยทำมาก่อน
นายโตโต้คนนี้่ถูกสั่งไปประจำการที่กรุงพนมเปญ กัมพูชาเพื่อนบ้านเรา
ฉันยังแซวกับนายคนนี้่เลยว่า "ถ้าอยากกลับไทยก็เดินผ่านด่านโรงเกลือแล้วกันนะ 555+"
 ซึ่งโตโต้เป็นคนที่กินง่ายอยู่ง่ายและอึดทนตามประสาหนุ่มวิศวะ แถมนางยังมาเม้าท์ให้ฟังว่า
"ได้กินงูเขียวทอดกรอบแล้วฟินอย่าบอกใคร" เออ...อย่าบอกใครทำไมนายต้องมาบอกฉัน 555+
ดูแล้วโตโต้ไม่น่ามีปัญหากับการมาอยู่ต่างเมือง เพราะเป็นประเทศที่ใกล้ไทยแค่เอื้อม บินไปกลับได้ตลอดเว...



คนที่สองชื่อ พิม หรือเพื่อนๆเรียกว่า พิมมี่ สาวสวยจากสาขาเศรษฐศาสตร์ ม.กรุงเทพ ผู้มีความอ้อนแอ้นเหมือนเด็ก  ผู้ที่สอบเข้ามาได้ในลำดับต้นๆ ที่ความสวยชนะใจกรรมการ
แต่ทว่าเธอก็โก๊ะเปิ่นๆ ตามแบบนางเอกเกาหลี 555+ แบบว่า จะเดินไปซื้อข้าวมันไก่
แต่ว่าเธอไปยืนต่อแถวที่ร้านขายข้าวแกง แล้วบ่นว่าอยากกินข้าวมันไก่ ..เอ่อนะ
นิสัยหล่อนก็คล้ายๆกับฉันนี่แหละ คือชอบแซวชอบแกล้งพี่ๆเพื่อนๆไปเรื่อย
เราคุยอะไรกันสองคนก็ขำกันสองคน เราสองคนนั่งทำงานโต๊ะติดกันมาตลอด
โดนย้ายทีนึงก็ย้ายเป็นแพ็คคู่ ทำให้พี่ๆในกระทรวงเรียกเราว่า "ดูโอ้"
หล่อนได้ถูกไปประจำการที่กรุงโตเกียว ญี่ปุ่นที่หล่อนใฝ่ฝันอยากไปมานาน
แซวเธอว่า "ใส่กิโมโนมาให้ดูด้วยนะ" เข้าทางของหล่อนเลย
ชอบอาหารญี่ปุ่น ชอบดูซีรีย์ญี่ปุ่น อะไรที่เป็นญี่ปุ่นแม้กระทั่งหนุ่มอปป้า หล่อนชอบมากๆๆ
ป่านนี้เธอคงหลงเสน่ห์ญี่ปุ่นจนหัวปักหัวปำแล้วล่ะมั้ง ...
ฉันหมายถึงวงบอยแบรนด์ที่หล่อนคลั่งไคล้อยู่นี่ไง 5555
ขอให้มีความสุขกับการใช้ชีวิตอยู่ในแดนปลาดิบนะคะคุณเพื่อน




คนที่สามบอกเลยคนนี้ค่อนข้างไฮชั้นสูงหน่อย เธอชื่อ กอบัว ไม่ทราบว่าเจ้าหล่อนจบจากที่ไหน 
แต่เธอเป็นถึงลูกสาวของเอกอัครราชทูต ภาษีดี นามสกุลดี และยังภาษาดีอีกต่างหาก ครบสูตรเป๊ะเลย
เป็นคนที่เรื่องมากนะ ไม่อยากจะเขียนถึงหล่อนในแง่ลบเลย เพราะเกรงใจท่านเอกอัครราชทูตถ้ามาเห็นเข้า 
จะบอกว่าไม่ลงรอยกันก็ใช่อยู่ ก็เราคนนั้นมันคนละชั้น จะทำเช่นไรให้มองเห็นกัน 
(555+ เพลงน้องเจ้านายก็มา) หล่อนไม่ค่อยได้มาพูดคุยอะไรกับพวกเรามากนัก 
เหมือนหล่อนจะคุยกับคนชั้นเดียวกันของหล่อนมากกว่า เลยมองพวกเราเหมือน...ไม่พูดดีกว่า 
หล่อนถูกสั่งให้ไปประจำการที่สถานกงสุลใหญ่นครโฮจิมินห์ เวียดนาม 
เท่านั้นล่ะค่ะ นอยด์เลยเธอ พวกเรานี่ออกจะดีใจนะถึงแม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน
แต่ก็สามารถไลน์คือ call คุยกันได้เสมอ แถมยังจะมาขอร้องให้ฉันสับเปลี่ยนประเทศกับเธออีกนะ 
(อาศัยเส้นคุณพ่อหล่อนมาข่มอีกตามเคย) 
เพราะเธอให้เหตุผลว่าอยู่สิงคโปร์มาตั้งแต่เด็ก ย่อมรู้ดีกว่าคนที่มาครั้งแรกเป็นไหนๆ 
แต่เอ...เหตุผลฟังไม่ขึ้นนะ เท่ากับกำลังเอาเปรียบฉันและเพื่อนๆ มีอย่างหรือที่คนอย่างฉันจะยอม 
บอกหล่อนไปว่าจะอยู่ที่ไหนๆในโลกเราต้องหัดเรียนรู้ไม่ใช่มาทำอะไรก็ได้เพื่อให้มันตรงกับสเป็คตัวเอง (เอาเป็นว่าถ้าท่านไม่อนุญาติให้ย้าย หล่อนก็ต้องอยู่โฮจิมินห์ต่อไปนะจ๊ะ คุณลูกสาวทูต)




ส่วนฉันนั้นได้รับคำสั่งให้มาประจำการที่สิงคโปร์ ได้ยินครั้งแรกก็สะดุ้งเพราะดีใจมากๆ 
อยากไปมานานแล้ว ทีแรกอยากมาเที่ยวตอนสิ้นปี แต่นี่ไม่ต้องรอสิ้นปี 
กลางปีนี้ก็ได้ไปล่ะ 555+ คิดในใจลึกว่า เราเป็นตัวสำรองที่แทบจะไม่มีโอกาสได้เข้ามาทำงานที่นี่ 
กลับได้โอกาสใหญ่โตถึงเพียงนี้เชียวหรือ ในฐานะคนไทยคนนึงก็ขอสัญญาว่า
จะทำหน้าที่ๆได้รับมอบหมายมานี้ให้ดีที่สุดและจะทำให้เต็มที่
สิงคโปร์มันก็เส้นขนานกับไทยเรานะ เพียงแต่ว่าเค้ามีระเบียบมากกว่าเรา ไม่มีปัญหาหรอกเรื่องนี้
ท่านพ่อสอนมาตั้งแต่เด็กแล้วว่าการมีระเบียบวินัยไปอยู่ที่ไหนต้องมีติดตัว 
อย่าให้ต้องมาว่าเราได้ ทีนี้เราต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตและการกินอยู่ของที่นี่ให้มากขึ้น
และต้องปรับตัวเข้ากับบ้านเขาให้ได้ เราเป็นคนไทยอยู่ที่ไหนคนก็คือคนไทย 
แต่เราต้องเคารพกฎระเบียบบ้านเมืองเขาด้วย...



เรื่องราวของพวกเราสี่คนจะเป็นอย่างไรนั้นหรือ โปรดติดตามอ่านได้ในตอนต่อไปนะคะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ขัดขวาง

เวลา 22.09 น. ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หลังจากเรื่องราวร้ายๆผ่านไปได้ไม่ทันข้ามวัน เราอยากจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับแม่ที่เรารัก สุดท้ายแล้...